การแต่งหน้า

แต่งหน้าให้เข้ากับทุกงาน

แต่งหน้าตั้งแต่เช้า หลังเลิกงานก็สามารถไปดินเนอร์ได้อีก เพราะเราจะแนะวิธีดัดแปลงการเมคอัพที่แต่งปูพื้นไว้ดีแล้วตั้งแต่ตอนเช้า ให้เป็นเมคอัพที่ไปงานตอนเย็น หรือกลางคืนต่อได้ โดยเริ่มจากริมฝีปากที่เป็นจุดเด่นของใบหน้า

เราต้องยอมรับว่าริมฝีปากเป็นจุดเด่นของใบหน้า การแต่งริมฝีปากให้งามด้วยลิปสติกจึงเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว แล้วการใช้ลิปสติกนี้เชื่อมโยงวิธีแต่งหน้าให้เข้ากับรูปปาก กับวิธีเลือกสีสันให้เข้ากับเสื้อผ้า สีเล็บ ตลอดจนบลัชเชอร์ หรือบลัชออนที่ปัดบนแก้มด้วย ใบหน้าจึงจะมีสีสันที่กลมกลืนและไม่หลอกันคนละทางสองทาง

สีของลิปสติก แบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้คือ

สีกลาง ๆ หมายถึง สีที่ทาปากแล้วใส่กับเสื้อผ้าได้ทุกสี โดยมากมักจะเป็นลิปสติกประเภทสีอ่อน ถึงไม่อ่อนมากก็ไม่ใช่ประเภทที่สีฉูดฉาด ลิปสติกแบบนี้มักมีนีเบจช์ บนอยู่เป็นพื้น

ลิปสติกสีอมน้ำเงิน ใช้ทาเวลาใส่เสื้อผ้าที่มีสีน้ำเงินปน หรือม่วง แม้กระทั่งชมพูก็เป็น ชมพูอมม่วง ซึ่งมีทั้งสีอ่อน และสีแก่ ลิปสติกสีชมพูสด เช่น สีช๊อคกิ้งพิงค์ ลิปสติกสีนี้จะทาเวลาใส่เสื้อสีแสดไม่ได้เลย เพราะสีตีกันมาก ลิปสติกที่กระเดียดไปทางสีน้ำเงิน หรือสีน้ำเงินเจือปนนี้ มีได้ตั้งแต่สีอ่อนที่สุด จนกระทั่งสีเข้มที่สุด

ลิปสติกที่มีสีแสดหรือสีส้มเจือปน สีแสดหรือสีส้มนี้มีพื้นมาจากสีเหลืองผสมกับสีแดง ดังนั้นผู้ที่ใส่เสื้ออมไปทางส้มแสดเหลือง ก็ควรจะทาลิปสติกที่ออกเชดนี้ สีประเภทนี้มีตั้งแต่อ่อนที่สุดไปจนถึงเข้มที่สุดเช่นเดียวกัน

คุณจะใส่เสื้อผ้าสีอะไรในวันนั้นโดยเฉพาะชุดที่เป็นสีเข้มหรือสีสดอยู่แล้ว คุณจำเป็นต้องเมคอัพให้กลมกลืนกับสีเสื้อ เรื่องนี้นับว่าสำคัญทีเดียว มิฉะนั้นสีจะดูหลอกกันมาก เช่น ถ้าคุณเลือกใส่เสื้อผ้าสีน้ำเงินรูชทางแก้มหรือบลัชออนควรเป็นสีชมพูธรรมดา ไม่อมส้มหรืออมสีแสด อายเชโดว์ควรใช้สีเทา หรือเทาอมฟ้า ไม่ควรใช้สีน้ำตาล ลิปสติกก็ทำนองเดียวกัน จะใช้สีอ่อน หรือ สีเข้มก็ตาม ควรจะเป็นสีที่อมไปทางน้ำเงิน ตลอดจนสีเล็บ เรื่อสีเล็บนี้ถ้านี้ไม่เข้ากับลิปสติกแล้ว ไม่น่าดูเลย ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการแต่งตัวและการเลือกสีเมคอัพ คุณควรทาเล็บสีอ่อนดีกว่าสีเข้ม เพราะมีผลบังคับให้ต้องเลือกลิปสติกตามสีของเล็บและยังทำให้การเลือกเสื้อผ้าใส่ประจำวันนั้นไม่ค่อยสะดวก